เรื่องราวของ “สามเกลอ” เล่ม 29 ยังคงบอกเล่าการผจญภัยสุดป่วนของสามสหาย พล พัชราภรณ์, นิกร การุณวงศ์ และกิมหงวน ไทยแท้ ในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีฉากหลังอยู่ในกรุงเทพฯ และชนบทของไทยยุคนั้น โดยเนื้อหาเต็มไปด้วยมุขตลกเชิงสังคม การเสียดสีข้าราชการ การล้อเลียนชนชั้นสูง การสะท้อนความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและวัฒนธรรมในยุคคณะราษฎร
ในตอนหลัก “ดงเสือ” เรื่องเริ่มต้นจากเจ้าคุณปัจจนึกพินาศ พ่อของนิกร ซึ่งมีนิสัยขี้เหนียวแต่รักลูก ต้องเผชิญกับพนักงานในสำนักงานที่ขอขึ้นเงินเดือนโดยใช้การร้องเพลงประท้วงอย่างมีศิลปะ สร้างความฮาและความปวดหัวให้เจ้าคุณอย่างยิ่ง แต่ด้วยความใจดีในที่สุดก็ยอมเพิ่มให้ สะท้อนภาพของระบบราชการยุคนั้นได้อย่างแสบสันต์
ต่อมาเรื่องราวดำเนินเข้าสู่ฉากสำคัญที่สามเกลอได้รับมอบหมายให้ไปช่วยเจ้าหน้าที่ทางการปราบปรามโจรป่าในดงเสือ หน้าที่ที่พวกเขาไม่เคยฝึกฝนมาก่อน แต่มาด้วยความคึกคะนองและอวดเก่ง ด้วยบุคลิกเฉพาะตัวของแต่ละคน ทั้งนิกรที่ขี้บ่นและตลกแบบงงๆ พลที่สุขุมและเก็บอารมณ์ และกิมหงวนผู้มั่งคั่งแต่ชอบใช้เงินแก้ปัญหา ความวุ่นวายและป่วนจึงเกิดขึ้นตั้งแต่การฝึกซ้อม ไปจนถึงการเจรจากับชาวบ้าน และเผชิญหน้ากับโจรจริงๆ ซึ่งทั้งหมดนำไปสู่เหตุการณ์ที่แสนตลกแต่แฝงความกล้าหาญของสามเกลอในแบบที่ไม่ธรรมดา
ในตอนถัดมา “หมอดูแม่นๆ” เรื่องราวเน้นไปที่การหลงเชื่อคำทำนายของหมอดู ที่กล่าวว่าหนึ่งในสามจะมีภัยในเร็ววัน สามเกลอจึงพยายามเลี่ยงโชคชะตาด้วยวิธีตลกๆ ทั้งติดยันต์ พกของขลัง หลีกเลี่ยงสถานที่ต่างๆ แต่สุดท้ายเรื่องราวกลับหักมุมเพราะผู้ที่โดนภัยจริงๆ กลับเป็นหมอดูผู้หลอกลวงนั่นเอง
ตอน “ประดำน้ำสามเกลอ” ปิดท้ายเล่มด้วยเรื่องราวของการทดลองวิทยาศาสตร์ โดยสามเกลอลงทุนสร้างชุดประดาน้ำจากไอเดียของกิมหงวน เพื่อพิสูจน์ทฤษฎีที่พวกเขาเข้าใจผิดกันเอง ผลลัพธ์คือหายนะปนเสียงหัวเราะเมื่อชุดดำน้ำกลับกลายเป็นภัยแก่ตัวเอง


