นี่คือเรื่องราวของโลกหลังอเล็กซานเดอร์มหาราช โลกที่ไม่มีใครแข็งแกร่งพอจะเป็นอเล็กซานเดอร์คนต่อไป แต่ทุกคนพร้อมทำสงครามเพื่อช่วงชิงมรดกที่พระองค์ทิ้งไว้
เมื่อพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชสิ้นพระชนม์ ณ กรุงบาบิโลน ในปี 323 ก่อนคริสตกาล จักรวรรดิอันกว้างใหญ่ที่พระองค์สร้างขึ้นกลับไม่มีผู้สืบทอดอำนาจที่ชัดเจน การจากไปของมหาราชจึงไม่ได้หมายถึงจุดจบของสงคราม หากเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ครั้งใหม่ เมื่อเหล่าแม่ทัพ ขุนพล ข้าหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ ต่างก้าวเข้าสู่เกมแห่งอำนาจเพื่อแย่งชิงจักรวรรดิที่พระองค์ทิ้งไว้เบื้องหลัง
“เมื่อสิ้นมหาราช : สงครามเหล่าผู้สืบทอดของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช” เล่าเรื่องราวของยุคแห่ง ไดอาโดคอย (Diadochi) หรือ “เหล่าผู้สืบทอด” กลุ่มบุคคลผู้เคยอยู่เคียงข้างอเล็กซานเดอร์ในการสร้างจักรวรรดิ แต่เมื่อศูนย์กลางอำนาจสูญสิ้น มิตรภาพและความภักดีก็ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยการต่อรองทางการเมือง การแต่งงานเพื่อสร้างพันธมิตร การทรยศ การลอบสังหาร และสงครามครั้งแล้วครั้งเล่า
เพอร์ดิคคัส ทอเลมี แอนติโกนุส เซลูคุส ลีซิมาคุส แคสแซนเดอร์ ยูเมเนส รวมถึงผู้สืบทอดรุ่นต่อมา ต่างเข้ามามีบทบาทในมหากาพย์การช่วงชิงอำนาจที่กินเวลาหลายทศวรรษ ไม่มีผู้ใดยอมให้จักรวรรดิของมหาราชตกอยู่ในมือของอีกฝ่ายโดยง่าย และไม่มีพันธมิตรใดคงอยู่ตลอดไป
หนังสือเริ่มต้นจากวันสุดท้ายของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ ก่อนอธิบายพื้นฐานของการสงครามในยุคเฮลเลนิสติก การแบ่งดินแดนแห่งบาบิโลนและการกบฏตามหัวเมือง แล้วเข้าสู่สงครามเหล่าผู้สืบทอดอำนาจครั้งที่ 1–4 สงครามบาบิโลน การสถาปนาอำนาจของเซลูคุส ไปจนถึงเรื่องราวของผู้สืบทอดรุ่นสุดท้าย
นอกจากการช่วงชิงทางการเมือง หนังสือยังลงลึกถึงพัฒนาการด้านการทหารของโลกเฮลเลนิสติก ทั้งกองทหารราบ ทหารม้า ช้างศึก เครื่องล้อมเมือง โครงสร้างการบัญชาการ และยุทธวิธีของแม่ทัพแต่ละฝ่าย ทำให้เห็นว่ากองทัพที่เคยรวมเป็นหนึ่งภายใต้การบัญชาการของอเล็กซานเดอร์ เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรเมื่อจักรวรรดิแตกออกเป็นหลายขั้วอำนาจ
สงครามของเหล่าผู้สืบทอดไม่ได้ทิ้งไว้เพียงสนามรบและซากปรักหักพัง เพราะจากความขัดแย้งเหล่านี้ได้ถือกำเนิดอาณาจักรเฮลเลนิสติกหลายแห่ง พร้อมกับการแพร่กระจายของวัฒนธรรมกรีกไปสู่โลกตะวันออก ตั้งแต่อียิปต์ ตะวันออกกลาง เอเชียกลาง จนถึงอินเดีย และกลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่กำหนดทิศทางของประวัติศาสตร์โลกในเวลาต่อมา


