เคล็ดลับการบริหารของวอร์เรน บัฟเฟ็ตต์

เคล็ดลับการบริหารของวอร์เรน บัฟเฟ็ต

มีชายหนุ่มวัย 20 คนหนึ่ง กลัวการพูดต่อหน้าคนมากจนถึงขั้นเลี่ยงวิชาที่ต้องนำเสนองานในมหาวิทยาลัย เขาจ่ายเงินลงเรียนคอร์สของ เดล คาร์เนกี เพื่อแก้ไขความกลัวนั้น และในห้องเรียนนั้นเอง เขาได้พบสิ่งที่เขาบอกทีหลังว่าคือ ประกาศนียบัตรที่สำคัญที่สุดในชีวิต สำคัญยิ่งกว่าปริญญาใดๆ ที่เขาเคยได้รับ

ชายหนุ่มคนนั้นคือ วอร์เรน บัฟเฟ็ตต์

หนังสือที่โลกยังขาด

มีหนังสือเกี่ยวกับวอร์เรน บัฟเฟ็ตต์ หลายร้อยเล่มในโลก เกือบทั้งหมดพูดเรื่องเดียวกัน คือ วิธีลงทุน แต่ แมรี่ บัฟเฟ็ตต์ อดีตลูกสะใภ้ที่ใช้ชีวิตใกล้ชิดกับตระกูลบัฟเฟ็ตต์มายาวนาน สังเกตเห็นบางอย่างที่คนอื่นมองข้าม

ในหลายด้าน ประวัติการบริหารงานของวอร์เรน บัฟเฟ็ตต์ โดดเด่นแซงหน้าประวัติการลงทุนที่น่าอัศจรรย์ของเขาเสียอีก แมรี่ บัฟเฟ็ตต์ และ เดวิด คลาร์ก, บทนำ

Berkshire Hathaway ภายใต้การบริหารของบัฟเฟ็ตต์สร้างกำไรสุทธิต่อหุ้นจาก 18 ดอลลาร์ ในปี 1979 เป็น 4,093 ดอลลาร์ ในปี 2007 คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ย 21.39% ต่อปี บริหาร CEO กว่า 88 คน ใน 233,000 พนักงาน ทั่วโลก โดยแทบไม่เคยแทรกแซงการทำงาน นี่คือทักษะที่ไม่มีในหนังสือเล่มไหน จนกระทั่งเล่มนี้

ขั้นแรกก่อนทุกอย่าง: เลือกธุรกิจให้ถูก

บัฟเฟ็ตต์ค้นพบว่าธุรกิจทุกประเภทไม่ได้เท่ากัน และการเลือกบริษัทที่จะทำงานด้วย ไม่ต่างจากการเลือกลงทุน มีธุรกิจบางประเภทที่ “มีเศรษฐกิจดีแฝงอยู่” ถึงขนาดที่ว่าแม้แต่ผู้บริหารระดับธรรมดาก็ยังดูดีได้

3 โมเดลธุรกิจที่บัฟเฟ็ตต์มองหา

① ขายผลิตภัณฑ์เฉพาะ เช่น โคคา-โคลา, หมากฝรั่งริกลีย์, จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ผลิตภัณฑ์ที่ครองใจผู้บริโภค ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงบ่อย สร้างกำไรงามโดยไม่ต้องลงทุนซ้ำมากนัก

② ขายบริการเฉพาะ เช่น มูดีส์, อเมริกัน เอ็กซ์เพรส, เวลล์ส ฟาร์โก บริษัทเหล่านี้ขายสิ่งที่คนต้องการและความสำคัญอยู่ที่ตัวสถาบัน ไม่ใช่บุคคล ทำให้รักษาลูกค้าได้ยาวนาน

③ ซื้อและขายในราคาต่ำ เช่น วอลมาร์ต, คอสโค ชื่อเสียงเรื่องราคาถูกที่สุดคือตัวดึงดูดลูกค้า และเพิ่มปริมาณขายทดแทนกำไรต่อชิ้นที่น้อยกว่า

วิธีตรวจสอบบริษัทก่อนไปสมัครงานที่บัฟเฟ็ตต์แนะนำมีสามข้อง่ายๆ คือดูความสม่ำเสมอของกำไรต่อหุ้นใน 10 ปี ดูระดับหนี้ระยะยาว (บริษัทชั้นดีมักมีหนี้ต่ำหรือไม่มีเลย) และดูอัตรากำไรขั้นต้น โดยโคคา-โคลาอยู่ที่ 60% ขึ้นไป ขณะที่ General Motors อยู่ที่ 21% เท่านั้น ตัวเลขเหล่านี้บอกอะไรได้มากกว่าคำโฆษณารับสมัครงาน

ศิลปะของการปล่อยให้คนทำงาน

เมื่อได้ธุรกิจที่ใช่แล้ว ขั้นต่อมาคือการมอบอำนาจ บัฟเฟ็ตต์ขยาย Berkshire จากบริษัทสิ่งทอเล็กๆ ที่ใกล้ล้มละลายกลายเป็นกลุ่มบริษัทข้ามชาติ ด้วยสูตรที่ดูเหมือนง่ายแต่ทำได้ยากมาก คือการ ไม่แทรกแซง

สิ่งที่บัฟเฟ็ตต์มองหาในผู้บริหารคือสามสิ่ง: ความมีศีลธรรม ความเฉลียวฉลาด และความกระตือรือร้น โดยเฉพาะในธุรกิจที่ตัวเองบริหาร เขาเชื่อว่าคนที่รักในงานที่ทำจะทำงานหนักโดยไม่ต้องให้ใครสั่ง และงานนั้นจะออกมาดีกว่าเสมอ

ธุรกิจที่ต้องใช้ทุนมากเพื่อเติบโต และธุรกิจที่ไม่ต้องใช้ทุนเลยเพื่อเติบโต มีความแตกต่างกันมากมายมหาศาล Warren Buffett, บทที่ 1

30 บท เปิดทีละบท ปิ้งทีละเรื่อง

สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้อ่านง่ายคือโครงสร้างที่แตกเป็น 30 บทสั้นๆ แต่ละบทจบในตัวเองและมีคำสอนที่ชัดเจน แบ่งเป็น 5 ขั้นตอนหลัก

5 ขั้นตอนการบริหารแบบบัฟเฟ็ตต์ ทั้ง 30 บท

  1. เลือกธุรกิจที่ถูกต้อง: วิธีหาธุรกิจที่มีโอกาสอาชีพสูงสุด · 3 วิธีทดสอบบริษัทที่ดีที่สุด
  2. มอบอำนาจ: กฎในการ delegate · หาผู้บริหารที่ใช่ · ผู้ชนะหรือเหยื่อ · ทำงานที่คุณรัก · สร้างทีมขาย · ความหมกมุ่น · พลังของความซื่อสัตย์ · บริหารต้นทุน · มองระยะยาว · วิธีกำหนดเงินเดือน
  3. จูงใจทีมงาน: สร้างความประทับใจแรก · พลังของคำชม · พลังของชื่อเสียง · อันตรายของการตำหนิ · วิธีชนะกรณีพิพาท · สนองต่อความต้องการของผู้อื่น · กระตุ้นให้คนคิดหาไอเดียที่ถูก · ทุกคนพลาดได้ ยอมรับซะ!
  4. หลุมพรางและบทเรียน: ภัยแฝงของการพึ่งพาเงินกู้ · ไอเดียดีไม่จำเป็นต้องให้ผล · จัดการพนักงานที่ทำผิดกฎหมาย · จัดการความผิดพลาดของตัวเอง · คนประจบสอพลอ: ทรัพย์สินหรือหนี้สิน · เรียนรู้จากการพลาดโอกาส · พึ่งพาสิ่งที่พิสูจน์แล้ว
  5. บริหารตัวเองและการเงินส่วนตัว: ไต่เต้าขึ้นไปเรื่อยๆ · จัดการตัวเองเพื่อรับมือเงินเฟ้อ · บริหารการกู้ยืมส่วนตัว

บทที่จะอยู่ในใจนานที่สุด

บทที่ 14 เรื่อง “พลังของคำชม” และบทที่ 16 เรื่อง “อันตรายของการตำหนิ” ดูเหมือนเรื่องธรรมดา แต่บัฟเฟ็ตต์ได้รับอิทธิพลจากคาร์เนกีจนนำไปปฏิบัติจริงอย่างสม่ำเสมอ เขาแทบไม่เคยตำหนิผู้บริหารของเขาในที่สาธารณะ แต่ใช้เวลาในการชมและยกย่องสิ่งที่พวกเขาทำได้ดี ผลที่ได้คือผู้บริหาร 88 คนทุ่มเทเต็มร้อยโดยไม่ต้องมีใครบังคับ

บทที่น่าแปลกใจที่สุดคือบทที่ 20: “ทุกคนพลาดได้ ยอมรับซะ!” บัฟเฟ็ตต์เป็นคนแรกๆ ที่ยอมรับความผิดพลาดต่อหน้าผู้ถือหุ้นในรายงานประจำปี เขาเชื่อว่าการยอมรับผิดอย่างตรงไปตรงมาสร้างความน่าเชื่อถือมากกว่าการแก้ตัวพันคำ และนั่นคือทักษะที่ผู้นำส่วนใหญ่ขาด

ไม่ใช่แค่คนรวย แต่คือนักบริหารคน

A.L. Ueltschi ผู้ก่อตั้ง FlightSafety International บริษัทในเครือ Berkshire กล่าวถึงบัฟเฟ็ตต์ว่า

“สิ่งที่ผมชอบที่สุดในตัววอร์เรน บัฟเฟ็ตต์ ก็คือเขามีคุณสมบัติทั้งหมดทุกข้อของความเป็นผู้นำ ทั้ง Loyalty, Enthusiasm, Attitude, Discipline, Example, Respect, Scholarliness, Honesty, Integrity และ Pride” A.L. Ueltschi, ผู้ก่อตั้ง FlightSafety International

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ขายฝัน แต่อธิบายกลไกเบื้องหลังว่าบัฟเฟ็ตต์สร้างคุณสมบัติเหล่านั้นขึ้นมาได้อย่างไร ตั้งแต่วัย 20 ที่กลัวการพูด จนกลายเป็นผู้นำที่ดึงดูดคนเก่งที่สุดในโลกมาทำงานด้วย

ทำไมต้องเชื่อผู้เขียนสองคนนี้

แมรี่ บัฟเฟ็ตต์ ไม่ได้เพียงแค่แต่งหนังสือเกี่ยวกับวอร์เรน เธอนั่งโต๊ะอาหารเดียวกับเขา ฟังเขาคิดออกเสียง และสังเกตวิธีที่เขาปฏิบัติต่อคนรอบข้างมาหลายปี ร่วมกับ เดวิด คลาร์ก ผู้เชี่ยวชาญกลยุทธ์บัฟเฟ็ตต์ที่ศึกษาวิธีคิดของเขาอย่างเป็นระบบ ทั้งสองเคยร่วมกันเขียน Buffettology และ The Tao of Warren Buffett ซึ่งล้วนติดอันดับขายดีระดับโลก แปลเป็นภาษาไทยโดย นรา สุภัคโรจน์

วิธีของวอร์เรนเป็นวิธีง่ายๆ ไม่ยากที่จะเข้าใจ แต่มีประสิทธิภาพมากจริงๆ
แมรี่ บัฟเฟ็ตต์ และ เดวิด คลาร์ก
เคล็ดลับการบริหารของวอร์เรน บัฟเฟ็ตต์
แมรี่ บัฟเฟ็ตต์ และ เดวิด คลาร์ก · แปลโดย นรา สุภัคโรจน์

🛒 สั่งซื้อที่ saengdao.com

หากสนใจหนังสือด้านธุรกิจและการพัฒนาตัวเองเล่มอื่น ๆ สามารถดูได้ที่ หมวดธุรกิจและการบริหาร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้ในส่วนวิเคราะห์

    คุกกี้ในส่วนวิเคราะห์ จะช่วยให้เว็บไซต์เข้าใจรูปแบบการใช้งานของผู้เข้าชมและจะช่วยปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลและรายงานผลการใช้งานของผู้ใช้งาน
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า