ชุด เดล คาร์เนกี Boxset · ผู้เขียน เดล คาร์เนกี · แปลโดย อาษา ขอจิตต์เมตต์
ก่อนอ่านเนื้อหา: รู้จักผู้แปลก่อน
สิ่งที่ทำให้ฉบับภาษาไทยนี้พิเศษคือผู้แปล — อาษา ขอจิตต์เมตต์ นักแปลผู้บุกเบิกหนังสือแนว “ฮาวทู” ในไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2492 เขาแปลทั้ง 3 เล่มนี้ในยุคที่หนังสือดีๆ ยังหายาก จนเดล คาร์เนกีเดินทางมาถึงเมืองไทยเพื่อขอบคุณด้วยตัวเองในปี 2495
น้ำเสียงในการแปลเป็นแบบคลาสสิก อ่านแล้วมีกลิ่นอายวรรณกรรมไทย ยุคกลางศตวรรษที่ 20 เล็กน้อย ซึ่งบางคนชอบ บางคนต้องปรับตัวนิดนึง
รีวิวทีละเล่ม
① วิธีชนะมิตรและจูงใจคน
How to Win Friends and Influence People
วิธีชนะมิตรและจูงใจคน — เล่มแรกของชุด
เล่มนี้ขึ้นต้นด้วยคำถามที่ดูธรรมดา แต่ตอบยาก — ทำไมคนถึงพากันออกมาฟังปาฐกถาของเดล คาร์เนกีทั้งๆ ที่เสียค่าเข้า? เพราะพวกเขาไม่ได้ขาดความรู้ทางเทคนิค แต่ขาดทักษะที่โรงเรียนไม่ได้สอน — การสร้างความสัมพันธ์กับคน
โครงสร้างหนังสือแบ่งเป็น 6 ตอน แต่ละตอนมีหัวข้อย่อยที่ชื่อแปลกดีมาก เช่น “ถ้าท่านต้องการจะเอาน้ำผึ้ง ก็อย่าเตะรังผึ้ง” ฟังดูแปลกแต่อ่านแล้วได้เรื่อง เพราะคาร์เนกีไม่เคยพูดลอยๆ เขาจะหยิบตัวอย่างจากชีวิตจริงมาขยายทุกหัวข้อ
หัวใจของเล่มนี้คือการเข้าใจว่า คนทุกคนต้องการรู้สึกว่าตัวเองสำคัญ ถ้าคุณทำให้คนอื่นรู้สึกแบบนั้นได้อย่างจริงใจ ทุกอย่างตามมาเอง ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือ ความเชื่อใจ หรือการเจรจาในที่ทำงาน
- เทคนิคสำคัญในการปฏิบัติต่อผู้อื่น
- 6 วิธีทำให้ผู้อื่นชอบ
- 12 วิธีจูงใจให้คล้อยตาม
- 9 วิธีเปลี่ยนแปลงผู้อื่นโดยไม่บาดหมาง
- วิธีทำให้ชีวิตครอบครัวมีความสุขขึ้น
② วิธีชนะทุกข์และสร้างสุข
How to Stop Worrying and Start Living
วิธีชนะทุกข์และสร้างสุข — เล่มสองของชุด
เล่มนี้เปิดมาด้วยคาร์เนกีเล่าประสบการณ์ตัวเองตอนหนุ่ม — ขายรถบรรทุกโดยไม่รู้ว่ามันแล่นได้ยังไง อยู่ห้องเช่ากับแมลงสาบ รู้สึกว่าชีวิตไม่มีทางออก แล้วก็ตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางชีวิตทั้งหมด — บทนำสั้นๆ นี้ทำให้รู้สึกว่าเขาไม่ได้เทศน์จากหอคอยงาช้าง
เนื้อหาเน้นที่ต้นตอของความทุกข์ส่วนใหญ่ ซึ่งคาร์เนกีบอกว่าเกิดจากการ คิดถึงอดีตที่เปลี่ยนไม่ได้ หรืออนาคตที่ยังมาไม่ถึง แทนที่จะอยู่กับสิ่งที่ทำได้ตอนนี้ บทแรกใช้ชื่อว่า “จงมีชีวิตอยู่ในห้องที่มีแต่วันนี้” — concept ที่ฟังดูง่าย แต่นำไปปฏิบัติยากกว่าที่คิดมาก
ชอบที่เล่มนี้ไม่ได้แค่บอกให้ “คิดบวก” แบบตื้นๆ แต่มีวิธีวิเคราะห์ทุกข์จริงๆ เช่น ถามตัวเองว่า ถ้าเลวร้ายที่สุดจะเป็นยังไง แล้วรับได้ไหม แล้วค่อยหาทางแก้ — เป็น framework ที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
- จงมีชีวิตอยู่ “ในห้องที่มีแต่วันนี้”
- สูตรวิเศษสำหรับแก้ทุกข์
- วิธีต้อนรับสิ่งที่หนีไม่พ้น
- ผลร้ายของความโกรธแค้น
- จงเป็นตัวของตัวเอง
③ การพูดในที่ชุมนุม
How to Develop Self-Confidence & Influence People by Public Speaking
การพูดในที่ชุมนุม — เล่มสามของชุด
เล่มที่หลายคนมองข้าม แต่จริงๆ แล้วสำคัญมากสำหรับคนทำงาน คาร์เนกีเริ่มจากสถิติที่น่าสนใจ — นับตั้งแต่ปี 1931 มีผู้เข้าศึกษาหลักสูตรการพูดของเขากว่า ห้าแสนคน และทุกคนมีปัญหาเดียวกัน: กลัวการถูกเรียกให้ลุกขึ้นพูด
เล่มนี้ไม่ได้สอนแค่เทคนิคการพูดหน้าเวที แต่สอนเรื่องความเชื่อมั่นในตัวเอง การเตรียมตัว การจัดระเบียบความคิด และการทำให้ผู้ฟังอยากฟัง ทักษะเหล่านี้ใช้ได้ในทุกสถานการณ์ ตั้งแต่ประชุมงานไปจนถึงคุยกับเพื่อนให้น่าฟังขึ้น
บทแรกชื่อ “สร้างความกล้าหาญ” — เขาบอกชัดเจนว่า ความกล้าไม่ใช่ไม่กลัว แต่คือ ทำทั้งที่กลัว ด้วยการเตรียมตัวมาอย่างดี ซึ่งเป็น insight ที่ฟังดูธรรมดา แต่คนส่วนใหญ่ไม่ทำตาม
- สร้างความกล้าหาญและความเชื่อมั่นในตนเอง
- ความเชื่อมั่นโดยอาศัยการเตรียม
- ท่าทางและบุคลิกลักษณะบนเวที
- วิธีเปิดและปิดฉากปาฐกถา
- วิธีทำให้ผู้ฟังสนใจตลอดเวลา
ยังใช้ได้อยู่ไหม ในยุคนี้?
คำตอบสั้นๆ คือ ใช่ แต่ต้องอ่านด้วยความเข้าใจบริบท
ตัวอย่างในหนังสือหลายชิ้นมาจากอเมริกายุค 1930–1940s บางเรื่องเป็นบริษัทหรือคนที่ไม่มีใครรู้จักแล้ว แต่หลักการที่อยู่เบื้องหลัง — เรื่องการรับฟัง การให้ความสำคัญกับคนอื่น การควบคุมอารมณ์ตัวเอง — ไม่ได้หมดอายุไปไหน
ถ้าอ่านหนังสือพัฒนาตัวเองยุคใหม่มาบ้าง อาจรู้สึกว่า “เออ เคยเห็นแนวคิดนี้แล้ว” — ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะหนังสือยุคใหม่จำนวนมาก ได้รับอิทธิพลมาจากที่นี่ทั้งทางตรงและทางอ้อม
ตัวอย่างหน้าเนื้อหา — สไตล์การเขียนของคาร์เนกีที่เล่าผ่านตัวอย่างจริงก่อนสรุปหลักการ
สรุปการรีวิว
- ทุกหัวข้อมีตัวอย่างจากชีวิตจริงรองรับ
- อ่านแล้วอยากลองทำ ไม่ใช่แค่รู้
- 3 เล่มต่างมุม เสริมกันได้ดีมาก
- ผู้แปลรักษาน้ำเสียงต้นฉบับได้ดี
- ตัวอย่างบางชิ้นเป็นบริบทอเมริกัน ยุค 1930s
- ภาษาแปลเป็นสไตล์ไทยคลาสสิก ต้องค่อยๆ อ่าน
- ผู้อ่านที่อ่านสายนี้มาเยอะอาจรู้สึกซ้ำ
ก่อนวางหนังสือ
ถ้าจะเลือกอ่านแค่เล่มเดียว ขอแนะนำ วิธีชนะทุกข์และสร้างสุข — เพราะมันพูดถึงสิ่งที่ทุกคนเจอโดยไม่ต้องรอให้ถึงช่วงวิกฤต และวิธีที่คาร์เนกีนำเสนอนั้นพิสูจน์ตัวเองมาจากประสบการณ์ชีวิตจริงของเขาเอง ไม่ใช่ทฤษฎีลอยๆ
ถ้าจะอ่านทั้งชุด ก็ไม่ต้องรีบจบ ค่อยๆ หยิบขึ้นมาทีละเล่มตามช่วงชีวิตก็ได้ผลเหมือนกัน
อ่านหนังสือพัฒนาตัวเองเพิ่มเติม
สำหรับผู้ที่อยากเติบโตทั้งด้านความสัมพันธ์ การสื่อสาร และการจัดการอารมณ์
สามารถดูหนังสือเพิ่มเติมได้ที่สำนักพิมพ์แสงดาว


