ตั้งเป็นหน้าแรก
  
 
 
     
 
 
 
 
 
Register   Forgot
วิธีชำระเงิน
วิธีสั่งซื้อหนังสือ
คลิ๊ก...
 
บทความ
 
 

   
 
 
   

คนกล้านอกตำนาน “นายขนมต้ม”

คนกล้านอกตำนาน
 
 
จำนวนผู้อ่าน 4400 คน  ปรับขนาดอักษร เพิ่มขนาดตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร
 


           ตอนที่ ๔๑

         วันที่ขนมต้มกับครุสุกประลองเพลงมวยใกล้เข้ามาทุกขณะ ดูเหมือนว่าชาวป่าโมกเกือบจะลืมเลือนไปแล้วว่า ณ บริเวณบ้านขุนโลกแขวงเมืองสิงห์ยังมีชาวบางระจันต้องกรำศึกกับทัพพม่าอยู่ ทั้งทางกรุงศรีอยุธยานั้นเล่าทัพพม่าทั้งทางเหนือและใต้ต่างก็รายล้อมรอบเมืองด้วยความหวังให้คนในเขตกำแพงกรุฯ ต้องอดอยาก ส่วนในกรุงฯ เองก็เฝ้ารอให้ฤดูน้ำหลากซึ่งจะมาถึงภายในไม่กี่เดือนเป็นตัวขับไล่ข้าศึก

         แทบทุกคนต่างโจษขานถึงเพลงมวยระหว่างเจ้าหนุ่มจากบ้านกุ่มกับครูมวยโคราช ว่าใครเหนือใครกว่าใคร บ้างก็ว่าขนมต้มยังหนุ่มแน่นโอกาสชนะพอมีอยู่มาก บ้างก็ว่าครูสุกเปรียบเสมือนเสือเฒ่าที่รู้ทางหนีทีไล่ต่อการล่าเหยื่อเป็นอย่างดี จึงคงไม่แพ้ใครง่ายๆ

         แต่ไม่เคยมีใครคิดถึงให้ลึกลงไปยิ่งกว่านั้นเลย ก็คือเหตุไฉนยามศึกประชิดติดพัน คนไทยสองคนจักต้องมาต่อตีกันดังศัตรูเช่นนี้

สนามประลองทางครูสุกขอเลือกเอาบริเวณบ้านพันเพชรเป็นพื้นที่ต่อสู้
         ครั้นถึงวันอังคารขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือนแปด ปีวอก (อัฐศก) ผู้คนโดยเฉพาะผู้ชายต่างก็พากันหลั่งไหลมายังบ้านพันเพชรตั้งแต่เช้ามืดหมายใจจะมาดูการประหมัดให้เต็มอิ่ม นาข้าวที่ร้างเรื้อนับแต่วันรู้ข่าวพม่ามาป้วนเปี้ยนแถบแขวงวิเศษฯ ยังค้างร้างเรื้อต่อไป แม้จะมีฝนตกต้องตามฤดูกาลต่างบ้านต่างทำพอกินพอใช้ งดส่งส่วยเสียดื้อๆ โดยอ้างถึงศึกพม่าอันวิสัยชอบสนุกลักการต่อสู้ไม่เคยหายไปจากชาวสยามฉันใดการพนันทุกคราวที่มีการประลองเพลงมวยย่อมไม่มีวันเสื่อมสูญลงฉันนั้น

         ฝ่ายพันเพชรผู้ที่ช่วงหลังหันมาร่ำสุราเป็นนิจศีลได้แต่บ่นไม่พอใจหากลูกบ้านซึ่งส่วนหนึ่งเชื่อฝีมือของครูสุกกับเจ้าเปลวพากันทำหูทวนลม อีกส่วนหนึ่งที่นับถือครูเสาร์กับครูทองอยู่ ก็มิได้ใส่ใจในหัวหน้าหมู่บ้านดังเคย

         สภาพของพันเพชรเวลานี้จึงไม่ต่างอะไรกับพร้าด้ามหัก รังแต่จะถูกทอดทิ้งให้สนิมจับเกาะขึ้น เมื่อเนิ่นนานวันเข้า

         ระหว่างที่ครูสุกเตรียมตัวและรอฤกษ์เหยียบหัวกระไดลงเรือนอยู่ เจ้าเปลวก็ขยิกริกรี้ให้ครูมวยโคราชเผยไม้ตายสำหรับกำราบขนมต้ม“ข้าบอกไม่ได้ดอกเว้ย เอ็งต้องจดจำเอาเองและจำไว้ด้วยว่าไม้ตายนั้นเมื่อถูกนำมาใช้เข้าหนสองหนแล้วย่อมขาดช่องทางเข้าทำคู่ต่อสู้ ต่อเมื่อเอ็งสามารถพลิกแพลงเปลงเปลี่ยนได้เรื่อยๆ นั่นแหละจึงจะมีผลดีข้าถึงให้ไม้ตายเอ็งบางอย่างเพื่อให้เอ็งรู้จักสร้างของใหม่ขึ้นมา”เจ้าหนุ่มเปลวกระหยิ่มยิ้มย่อง
         “ถ้างั้นฉันก็เห็นช่องที่จะเอาชนะอ้ายขนมต้มได้แล้ว”
         ครูสุกปรามเสียงเขียว
         “ยังก่อน....เอ็งนี่ใจร้อนไม่เข้าเรื่อง ดูมันกับข้าวันนี้ก่อน หากข้าแพงเอ็งก็เอาข้าเป็นตำราแก้ทางมัน”

         “ฉันนึกไม่ออกเลยว่าครูจะแพ้มันได้อย่างไร”
         “ตราบใดที่การประลองยังไม่สิ้นสุดอะไรๆ ก็อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ข้าจึงไม่อยากดูแคลนอ้ายขนมต้ม แต่ข้าจะเลี้ยงมันไว้พอให้เจ้าได้แก้มือกับมัน”

         พันเพชรลุกจากหอกลางสะเงาะสะแงะเข้ามา กลิ่นเหล้าเคล้าคลุ้งทั่วชานเรือน
         “พี่สุกของฉัน....เอิ๊ก เลิกแผนออกศึกยังงี้เสียทีเถอะ....ฉัน...ว่าถ้าเราร่วมรบกับเขาก็คง....อึ๊ก...ไม่มีอะไรมั๊ง....จริงมั๊ยวะอ้ายเปลวลูกข้า....อึ๊ก”
         ครูมวยโคราชีหน้ากราดเกรี้ยว
         “เจ้ากินเหล้าอยู่ข้างในก็ดีแล้ว เร่อร่าออกมาทำไม เมื่อสิ้นทางฝากฝังอ้ายเปลวให้เป็นทหารหลวงแล้วก็ปล่อยเป็นเรื่องของข้า อย่าพูดให้เปลืองปาก”
         “อ้อ เดี๋ยวนี้ฉันพูดไม่ได้แล้วหรือ...อึ๊ก”
         “หากพูดออกมาแล้วไม่เข้าหูอย่าพูดดีกว่า อย่าทำลายสมาธิข้า มิฉะนั้นทุกอย่างจะพินาศเพราะเจ้า”
         พันเพชรพยายามกล้ำกลืนความน้อยใจไว้ ยิ่งเห็นเจ้าเปลววางเฉย คล้ายไม่มีพ่อมันยืนอยู่ที่นั้นด้วยแล้วยิ่งปวดใจลึกๆ หัวหน้าหมูบ้านผู้ปล่อยปะละเลยหน้าที่ต่ไม่ยอมปล่อยถ้วยเหล้า ไม่รู้ที่จะทำอะไรไปได้ดีกว่ากลับไปรินเมรัยขึ้นดื่มดังเดิม และเมื่อเมาได้ที่ก็ถึงกับนอนกลิ้งเกลือกอยู่ตามประสาครั้นได้ฤกษ์ครูสุกก็ก้าวเท้าขวาลงเหยียบกระได หลับตาสูดเอาลมสุรีย์กาล (ลมรูจมูกขวา) เข้าปอด ครูมวยโคราชยิ้มสดชื่นด้วยลมนั้นเดินคล่องยิ่งนัก

         พอลงพื้นดินก็ดูเงาตัวแล้วหลับตาแน่วเพ่งมองยกเมฆฉาย ขึ้นบนท้องฟ้าเห็นรูปนิมิตเป็นดั่งพานบายศรีให้ยินดีด้วยนึกเอาว่าเทวดามาอวยพร ครูสุกรีบพนมมือบริกรรมคาถาลูบไล้ไปตามรอยสักทั่วตัว 

         คนที่เคยเห็นขนมต้มครั้งประลองหมัดกับเจ้าเปลวพอเห็นท่วงทีครูมวยโคราชแลกรรมพิธีอันน่าเลื่อมใสนั้นก็วิตกแทนเด็กหนุ่มไปต่างๆ นานาที่เคยรู้ถึงความเก่งกาจทางเพลงมวยของครูสุก พากันเชื่อว่าขนมต้มคงทานเพลงเตะไปได้ไม่กี่น้ำ

         ครูสุกยืนจังก้ากอดอกรอขบวนแถวของขนมต้มคล้ายนายทวารบาลยืนรอปลิดหัวคนอุกอาจล้ำแดนครูใหญ่ ครูเสาร์ ครูทองอยู่ เจ้าเทียบ จักจั่น มะขาม และคนของคุ้งใต้คุ้งเหนือส่วนหนึ่งก็เคลื่อนแถวเข้ามาใกล้ เจ้าเปลวลอบชำเลืองดูมะขามเห็นผิวหน้าสาวเปล่งปลั่งแม้ดวงตาจะเศร้าซึมยิ่งให้อัดอั้นหัวใจแทบคลั่งด้วยฤทธิ์ใคร่ ครูมวยโคราชร้องถามครูมวยป่าโมก

         “อ้ายหนุ่มเล่า?”

         ครูเสาร์ ครูทอง มองตากันด้วยแววสงสัย ครูมวยแห่งคุ้งใต้ที่รู้พิษสงเพลงเตะของครูสุกดีเป็นผู้ตอบคำถาม“อ้าว! มัยบอกว่าจะมาล่วงหน้าก่อน นี่ยังไม่โผล่อีกหรือ?”
         เมื่อเลือกที่นั่งได้เรียบร้อย ไม่มีวี่แววขนมต้มจะปรากฏตัว ครูสุกติดงุ่นง่านหน้าตาเหี้ยมเกรียมผิดเดิมพูดก้อง “หากตะวันพ้นทิวไผ่เมื่อใดมันยังไม่มาข้าถือว่ามันจงใจยอมแพ้”ครูทองอยู่ ครูเสาร์ ดูกระวนกระวายไม่น้อยเกรงว่าขนมต้มจะทำให้เสียหน้า ครูมวยแห่งคุ้งใต้ลอบนึกว่าไม่ควรพูดถึงเพลงมวยร้ายกาจของครูสุกให้มันฟังเลยหรือมันจะหลบหนี แต่ยังเชื่อวิสัยขนมต้มไม่ใช่คนเช่นนั้นแล้วไฉนมันถึงหายเงียบ...............

ที่มา : คนกล้านอกตำนาน “นายขนมต้ม” โดย คมทวน คันธนู จากหน้า 327-330 ราคา 280 บาท Barcode : 9786115080052 จำหน่ายโดย : สนพ. แสงดาว


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
2010-10-12
2010-04-24
2009-07-30
2010-07-01
2010-01-06
ไปยัง :


 
   

 
 
บริษัท สำนักพิมพ์แสงดาว จำกัด
เลขที่ 2 งามวงศ์วาน 47 แยก 2-5-2 ถนนงามวงศ์วาน แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
tel โทรศัพท์ 0-2954-9841-3 ; fax โทรสาร 0-2954-9844
email e-mail : info@saengdao.com

http://www.saengdao.com/