ทั่วไป
  ประวัติศาสตร์
  ปรัชญา-การพูด-จิตวิทยา
  ภาษา
  วิทยาศาสตร์
  ศาสนา
  ศิลปะ
  ส่งเสริมความรู้ทางวิชาการ
  ส่งเสริมทักษะเด็ก
  สามเกลอ
  สามเกลอหนังสือชุดในกล่องกระดาษแข็ง
  สารคดี-ชีวประวัติ
  สิริมงคล
  สุขภาพ
  โหราศาสตร์
  ฮวงจุ้ย
 
ป.อินทรปาลิต นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่
โดยขจรฤทธิ์ รักษา
ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมต่อคุณจรัญ หอมเทียนทองเจ้าของสำนักพิมพ์แสงดาวที่ได้จัดงานเชิดชูยกย่องนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่อย่างป.อินทรปาลิตรขึ้นในวันนี้ คุณจรัญนั้นนอกจากจะเป็นหนอนหนังสือที่อ่านหนังสือหลากหลายเป็นจำนวนมากเล่มแล้ว เขายังได้จัดพิมพ์หนังสือดี ๆ ให้กับวงการวรรณกรรมไทยของเราอีกไม่น้อย หนึ่งในนั้นก็คือผลงานสามเกลอ พล นิกร กิมหงวนของป.อินทรปาลิตร

ผมรู้ว่ามีคนอ่านงานของป,อินทรปาลิตกันเป็นจำนวนมหาศาล มีการตั้งชมรมคนรักสามเกลอ มีเวบไซค์ สามเกลอ ดอท โออาร์จี มีแฟนพันธุ์แท้ของนวนิยายชุดสามเกลอที่รู้ลึก รู้ซึ้ง รู้จริงและ สามารถตอบทุกคำถามเกี่ยวกับสามเกลอได้หมด ไม่ว่าคุณจะสงสัยอะไร แต่เมื่อคุณจรัญส่งเทียบเชิญมาแล้ว แม้ผมจะรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับป.อินทรปาลิตรหรือนวนิยายชุดสามเกลอ แต่เมื่อเจ้าคุณปัญจนึกรับสั่ง รับประทานเจ้าแห้วอย่างผมก็ไม่อาจขัดความประสงค์ของท่านได้

ผมเองเป็นแค่นักอ่านธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้อ่านสามเกลอมาเมื่อตอนเด็ก ตอนนั้นผมเรียนมัธยมอยูที่จังหวัดตรัง ได้พบกับสามเกลอในห้องสมุด ผมนั่งอ่านไปหัวเราะไปจนน้ำหูน้ำตาเล็ด เพื่อนที่ไม่ชอบอ่านก็กล่าวหาว่าผมบ้า สติสตังค์ไม่ค่อยสมประกอบสักเท่าไร บางวันผมก็ยืมเอาหนังสือเหล่านั้นไปอ่านที่บ้าน ทั้ง ๆที่เป็นข้าราชการพ่อผมก็ไม่ค่อยชอบให้ผมอ่านหนังสือสักเท่าไร ท่านบอกว่าไปทำการบ้านหรืออ่านหนังสือเรียนเสียบ้าง แต่ผมก็ยังแอบอ่านทุกครั้งที่พ่อไม่อยู่บ้าน หรือทุกครั้งที่เขาเผลอ บางทีนั่งหัวเราะอยู่คนเดียวจนเขาได้ยิน ท่านก็เข้ามาดึงหนังสือออกจากมือแล้วสั่งให้ไปทำอย่างอื่นเสียบ้าง บางทีก็ถูกทุบหัวเอาก็มี โดนทุบบ่อยเข้าก็ร้องไห้เพราะเจ็บปวด แต่เชื่อไหมว่า ทันทีที่ได้อ่านงานชุดสามเกลอผมก็เป็นต้องลืมความเจ็บปวดเสียจนหมดสิ้น หันมาจมอยู่กับตัวหนังสือ หัวเราะกับพฤติกรรมตลก ของนิกร ของเจ้าแห้ว และของอาเสี่ยกิมหงวนที่ชอบฉีกแบ้งค์โชว์ทุกครั้งที่โมโห ตอนนั้นผมยังเด็กมาก ไม่คิดหรอกว่า อำนาจวรรณกรรมนั้นเป็นอย่างไร ต่อเมื่อโตขึ้นผมจึงได้คำตอบว่าอำนาจของวรรณกรรมนั้นมีอยู่จริง ตัวหนังสือสามารถทำให้เราหัวเราะก็ได้ ร้องไห้ก็ได้ เกิดความฮึกเหิมก็ได้ ทำให้เรามีกำลังใจขึ้นก็ได้ หนังสือเป็นเพื่อนที่แสนดีที่สุดของคนเรา มันให้ทั้งเสียงหัวเราะและหยดน้ำตา (นี่ผมก็กำลังพูดแบบมหากวีแคน สังคีตนะครับ)

ครั้งหนึ่งตอนที่ผมเป็นหนุ่มตอนนั้นอายุสักยี่สิบเศษ ผมเรียนอยู่ที่วิทยาลัยศรีปทุม แต่เรียนไม่จบ ผมหนีขึ้นไปอยู่จังหวัดเชียงราย ผมไปอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งชื่อหลีโอชา ที่เชียงรายนั้นต่างจากจังหวัดตรัง เพราะตรังจะมีแค่สองฤดู คือฤดูฝนตกกับฤดูฝนไม่ตก แต่ที่เชียงรายมีช่วงหนาวจัดด้วย ผมทำงานอยู่ในร้านอาหารแห่งนั้น หน้าที่ก็คือดูแลทำความสะอาดหลอดไฟ คอยเช็คเครื่องดื่มพวกน้ำขวดหรือเบียร์ในช่องฟรีซ นอกนั้นก็คอยเก็บกวดทำความสะอาดรอบ ๆ ร้านบ้าง ผมมีเวลาเหลือเยอะ พอเวลาเหลือเยอะก็ทำให้ความคิดฟุ้งซ่าน ไม่รู้จะไปไหน ทำอะไร มันหงุดหงิดงุ่นง่านตามประสาวัยรุ่นบังเอิญแถบที่ผมพักอาศัยนอยู่นั้นมีร้านหนังสือเก่าอยู่ร้านหนึ่งเขาไปรับหนังสือชุดสามเกลอเล่มละสิบห้าบาทมาขายที่ร้านรู้สึกว่าจะลดราคาครึ่งหนึ่งด้วย ด้วยความที่ไม่รู้จะทำอะไร ผมก็มักจะเข้าไปร้านหนังสือเก่า เพราะไม่อาจเข้าไปร้านขายหนังสือใหม่ ๆ ได้ หนึ่งเพราะราคาแพง สอง เงินเดือนของผมน้อยมาก ผมก็เลยเลือกเข้าร้านหนังสือที่ว่า พอเจอสามเกลอของป.อินทรปาลิตเข้าผมก็กว้านซื้อหมดทุกเล่ม เสร็จแล้วก็เอามานนอนอ่านอยู่ในห้อง ผมไม่รู้ว่าพนักงานคนอื่น ๆ เขาทำอะไรในช่วงหลังเลิกงาน แต่ผมนั้นรีบกลับห้องมาเปิดไฟนอนอ่านงานของป.อินทรปาลิตร อ่านแล้วก็หัวเราะอย่างแสนสุข พอหมดหนังสือของป.ผมก็หาผลงานของนักเขียนท่านอื่นมาอ่านไม่เคยขาด แต่ตอนนั้นผมก็รู้สึกว่าไม่มีใครเขียนได้ถูกใจเหมือนกับที่ป.อินทรปาลิตรเขียน

ผมอยู่เชียงรายปีหนึ่ง พ่อรู้ข่าวก็เขียนจดหมายตามตัวให้กลับบ้าน ที่จริงผมน่าจะมีเงินเหลือเก็บสักจำนวนหนึ่ง แต่ผมก็ไม่เหลือติดกระเป๋าเลย ค่ารถโดยสารกลับบ้านยังต้องไปแบมือไถเอาจากเถ้าแก่ เงินได้มาก็หมดไปกับเรื่องโน้นเรื่องนี้ แต่สิ่งที่ผมจำได้ไม่ลืมก็คือ ตอนกลับบ้านผมมีกระเป๋าเสื้อผ้าใบหนึ่งกับหนังสือเล่มเล็ก ๆ ของป.อินทรปาลิตรกล่องหนึ่ง หิ้วติดกลับไปที่บ้านเป็นสมบัติที่ผมหวงแหน เมื่อผมอยู่ตรังไม่ได้ ผมก็ขึ้นมาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯอีก อยู่กรุงเทพฯ ผมย้ายบ้านบ่อย แต่สิ่งที่ผมไม่ยอมให้สูญหายไปจากจากชีวิตก็คือหนังสือป.อินทรปาลิตร ทุกเล่มยังคงอยู่กับตัวผมไม่ยอมให้พรากไปไหน

จนกระทั่งมีชีวิตยืนยาวมาได้ถึงวันนี้ ผมมีญาติสนิทที่ผมรักมากที่สุดอยู่คนหนึ่ง เขากลายเป็นคนติดสามเกลอของป.อินทรปาลิตรมากกว่าผม อ่านมากกว่าผม รักป.อินทรปาลิตรไม่น้อยกว่าผม เขาสะสมผลงานของท่านอย่างจริงจัง เขารู้จักตัวละครในหนังสือทุกตัวอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสัวกิมไซซึ่งเป็นลุงของกิมหงวน เจ้าสัวกิมเบ๊ซึ่งเป็นพ่อของกิมหงวน ลุงเชยซึ่งเป็นพี่ชายของเจ้าคุณประสิทธิ์ มีบ้านอยู่ปากน้ำโพจังหวัดนครสวรรค์ เป็นลุงของพล พัชราภรณ์ รู้จักสนิทกับนายสมนึกลูกชายของกิมหงวน รู้จักนวลละออซึ่งมีอิทธิฤทธิ์มากทีเดียว หล่อนจบพละเอกหญิงคนแรกของประเทศรู้จักดร.ดิเรก ณรงค์ฤทธ์ซึ่งเป็นนักเรียนนอกจบมาจากอังกฤษ เคยแวะพักระหว่างทางที่อินเดียว เป็นทั้งหมอและนักวิทยาศาสตร์เป็นเอกของประเทศไทยและของโลก มีลูกชื่อดำรงซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์เช่นเดียวกับพ่อ

ผมคิดว่า ถึงแม้ญาติสนิทของผมจะไม่เคยมีโอกาสได้ออกทีวีในรายการแฟนพันธุ์แท้ของคุณปัญญา นิรันดร์กุล แต่ผมก็เชื่อว่าเขา มีความรอบรู้เกี่ยวกับสามเกลอของป.อินทรปาลิตรไม่น้อยเลยทีเดียว

อย่าหาว่าผมยกย่องญาติสนิทของผมนะครับ แต่มันเป็นเรื่องจริงที่สุด

สิ่งที่ผมภูมิใจมากที่สุดก็คือ ผมเป็นคนแนะนำให้เขาอ่านสามเกลอและรู้จักกับป.อินทรปาลิตร

ผมจำได้ว่า ครั้งหนึ่งตอนที่ญาติผมอายุราว ๖หรือ๗ ขวบ เราไปออกร้านขายหนังสือที่ธรรมศาสตร์ ด้วยกัน ตามประสาของผมนะครับ คือผมมักจะชวนญาติของผมไปดูหนังสือร้านอื่น ๆ ด้วย เราเดินดูเข้าร้านโน้นออกร้านนี้กันไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งถึงร้านขายหนังสือเก่าเข้าแห่งหนึ่งซึ่งมีผลงานชุดสามเกลอขาย ผมก็หยุดดู แนะนำว่า ลองอ่านดูผลงานของนักเขียนท่านนี้ดูสิ รับรองสนุก ถ้าอ่านแล้วไม่หัวเราะ ฉันจะให้แกเตะก้านคอ

ญาติผมคงอยากเตะก้านคอผมหรืออย่างไรไม่ทราบ เขาก็เลือกซื้อไปห้าหกเล่ม กลับไปถึงบ้านเขาก็เอามาพลิกดูและเผลออ่านไปหน่อยหนึ่ง จากนั้นก็มีเสียงหัวเราะคิก ๆ ดังออกมา และก็ดังไปต่อเนื่องไม่หยุด ตอนนี้เขาอายุสิบห้าแล้ว เขายังหยิบหนังสือของป.อินทรปาลิตรมาอ่านอยู่ทุกยามว่าง เขาหัวเราะได้ทั้งวัน แล้วเขาก็บ้าไปเลย ทุกวันนี้ถ้าเอ่ยคำว่าสามเกลอ เขาก็เป็นต้องยิ้ม

ผมเคยถามว่าชอบใครมากที่สุดเขาบอกว่าชอบหมดทุกคนไม่ว่าจะเป็นพล นิกร กิมหงวน เจ้าคุณปัญจนึก หรือเจ้าแห้ว

ผมถามว่าเลือกมาสักคนสิ เขาก็ว่าเอานิกรก็แล้วกันเพราะมันกวนตีนดี

วันนี้ญาติผมก็มานั่งฟังอยู่ด้วย ที่จริงผมอยากให้เขาขึ้นมาอยู่บนเวทีนี้แทนผม แต่เขาบอกว่าไม่เอา เขาอยากจะฟังมากกว่าอยากพูด

รับประทานผมก็ไม่กล้าขัด

เมื่อสำนักพิมพ์แสงดาวออกหนังสือชุดสามเกลอออกมา เขาก็รู้ข่าวก่อนที่หนังสือจะวางแผง เขาถามผมว่า รู้จักกับคุณจรัญไหม ผมว่ารู้จัก เขาว่าไปถามให้หน่อยว่าถ้าเขาจะซื้อจะลดให้เท่าไร คือเขาต้องใช้เงินตัวเองซื้อนะครับ และอีกอย่างเขาก็เป็นคนมัธยัธพอสมควร ผมก็ไปถามให้ ผมจำไม่ได้ว่าคุณจรัญลดให้เท่าไร แต่เขาก็ได้หนังสือชุดนั้นมาครองด้วยอาการยิ้มหน้าบาน กลับมาบ้านก็รีบดึงออกมาจากกล่อง แลวก็อ่านไปคิกไป บ้านเราก็มีเสียงคิก ๆ ตลอดวันตลอดคืน

ถ้าพ่อผมมาเห็นแกก็คงหาว่าหลานบ้าอีก แต่โชคดีที่ผมเคยคิก ๆ คัก ๆ มาก่อนก็เลยเข้าใจและภาคภูมิใจ

ตอนที่บริษัทอมรินทร์ออกมาอีกชุดหนึ่งจำนวนแปดเล่ม ทำเป็นเล่มกระทัดรัดแพ็คใส่กล่องอย่างดี เพื่อนผมชื่อคุณจตุพลเป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์ พอรู้ว่าหลานสาวชอบสามเกลอเขาก็รีบจัดการเก็บไว้ให้เป็นของขวัญ หลานสาวของเขาก็อ่านอย่างแสนสุขอีก

นอกจากนี้เขายังไปกว๊านซื้อมาจากร้านหนังสือเก่า ๆ ไปรวบรวมมาจากสำนักพิมพ์บรรดาลศาส์นบ้าง สำนักพิมพ์ผดุงศึกษาที่เขาจัดพิมพ์เป็นปกแข็งสวยงามส่วนใหญ่จะมีอยู่สามเรื่องในเล่มเดียวกัน นอกจากนั้นก็ไปหามาจากสำนักพิมพ์บรรณาคาร สำนักพิมพ์บรรณกิจ และสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น

บ้านของเราก็จึงมีหนังสือชุดสามเกลอแทบจะเรียกได้ว่าครบทุกเล่ม มีมากจนผมขี้เกียจนับ ขี้เกียจสำรวจ ผมเคยถามว่า มีครบหรือยัง ลูกบอกว่ายัง ที่หาไม่พบยังมีอีกมาก

นอกจากนี้เขายังอ่านผลงานที่เกี่ยวกับวิวัฒนาการสังคมไทยกับหัสนิยายชุดพลนิกรกินหงวนของป.อินทรปาลิตร เล่มหนึ่งเล่มสองที่เขียนโดยดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร และยังอ่านโลกส่วนตัวของป.อินทรปาลิตรโดยปริญญา อินทรปาลิตรซึ่งเป็นหลานของป.อินทรปาลิตรอีกเล่มหนึ่ง

ผมว่าสำหรับผู้ที่อยากรู้จักป.อินทรปาลิตรอย่างละเอียดหนังสือสองเล่มนี้ช่วยได้มากนะครับ

ผมคิดว่าใครก็ตามที่อยากให้ลูกรักการอ่าน น่าจะแนะนำให้เด็ก ๆ รู้จักกับสามเกลอ โดยประสบการณ์ตรงของผม ผมคิดว่าน่าจะได้ผลไม่มากก็น้อย

ก่อนที่ผมจะขึ้นมานั่งอยู่บนเวทีนี้ ผมก็กลับไปอ่านงานสามเกลอเพื่อทนทวนความหลังมาหลายเล่ม และผมก็ขอความช่วยเหลือจากญาติสนิทบอกว่าให้ช่วยประมวลชีวิตของตัวละครอย่างพลนิกร กิมหงวนให้หน่อยสิ จะได้รู้ว่าแต่ละคนนั้นเป็นลูกเต้าเหล่าใคร มีความเป็นมาอย่างไร เขาก็เขียนผังรายชื่อมาให้หนึ่งแผ่น

ผมรู้สึกประทับใจกับนวนิยายชุดพลนิกรกิมหงวนมาก แต่ผมจำรายละเอียดไม่ได้หรอกครับว่าเล่มแรกที่ผมได้อ่านนั้นคือเล่มไหน แต่ที่ผมจำได้แม่นที่สุดคือไอ้แห้วคนใช้นั้นชอบพูดคำว่ารับประทานนำหน้า รับประทานผมว่าอย่างนั้น รับประทานผมคิดว่าอย่างนี้ ซึ่งความเห็นส่วนใหญ่ของไอ้แห้วนั้นมักจะใช้ไม่ได้

ผมคิดว่าพระเอกของหนังสือชุดนี้ พลน่าจะเป็นพระเอก ก็คุณป.ท่านสร้างให้พลเป็นคนรูปหล่อ แถมยังเป็นลูกชายคนเดียวของเจ้าคุณประสิทธิ์นิติศาสตร์กับคุณหญิงวาด มีเมียชื่อนันทา การุณวงศ์ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่ แต่นันทานั้นอ่อนกว่าเขาหนึ่งปี นอกจากพลจะเป็นคนรูปหล่อและเจ้าชู้เป็นที่หนึ่ง เขายังเป็นคนที่พูดจาน่าเชื่อถือกว่าใครทั้งหมด

ส่วนนิกร การุณวงศ์นั้นเป็นลูกชายคนเล็กของพระยาวิจิตรบรรณาการ เป็นน้องชายของนันทา เมียของเขาชื่อประไพ ศิริวัฒน์ ซึ่งเป็นลูกสาวคนเล็กของพระยาปัญจนึกพินาศ มีนิสัยทะลึ่ง ทะเล้น ชอบเล่นลิเกเป็นตัวกระดิ่งทองตั้งแต่หนีไปดูลิเกกับแม่ครัวสมัยเด็ก ๆ ชอบกิน นอน ขี้ ล้วงกระเป๋า จนได้ฉายาเป็นไอ้เสือมือกาว

อีกคนหนึ่งที่ผู้อ่านชอบมาก ๆ ก็คืออาเสี่ยกิมหงวน ไทยเทียม หรือสงวน ไทยแท้ หนุ่มลูกจีนลูกชายคนเดียวของเจ้าสัวกิมเบ๊ เป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของประเทศไทย นิสัยทะลึ่ง ชีกอ บ้าผู้หญิงแต่มักจะเสียท่าโดนผู้หญิงหลอก ไม่ยอมให้ใครมาดูหมิ่นในเรื่องการเงิน เป็นนักฉีกแบงค์อาชีพ ถ้าถอดแว่นตาขอบกระออกเมื่อไร แม้แต่เสือหรือช้างก็ไม่กลัว มีภรรยาแสนสวยชื่อนวลลออ

ดิเรก ณรงฤทธิ์ ลูกชายคนเดียวของพระยานพรัตน์ราชไมตรี หัวนอก เชี่ยวชาญการแพทย์ทุกสาขา เป็นจอมนักวิทยาศาสตร์เอกของเมืองไทยและของโลก มีภรรยาคือประภา ศิริสวัสดิ์ ลูกสาวคนโตของพระยาปัจจนึกพินาศ

พระยาปัจจนึกพินาศ ชื่อตัวอู๊ด ศิริสวัสดิ์ เป็นนายทหารนอกราชการมียศพลโท หัวล้านใจน้อย ไม่ยอมให้ใครดูถูกในเรื่องความมั่งมี มีลูกสาวสองคนคือประภาและประไพ
เจ้าคุณวิจิตรบรรณาการเป็นบิดาของนันทาและนิกร เป็นผู้อาวุโสที่สุดในบรรดาคณะพรรคสี่สหาย เป็นพี่ชายของคุณหญิงวาด/ช้อย และนายช่วง การุณวงศ์ (ปรากฏในตอน....) และเป็นน้องชายของคุณท้าวใหญ่

คุณหญิงประสิทธิ์นิติศาตร์ หรือคุณหญิงวาด มีลูกชายคนเดียวคือพล พัชราภรณ์ คุณหญิงวาดมีศักดิ์เป็นทั้งอาและแม่สามีของนันทา การุณวงศ์ กินหมากปากเป็นกระโถน โมโหร้าย ปากร้ายแต่ใจดี เป็นน้องสาวของเจ้าคุณวิจิตรฯ

เจ้าสัวกิมเบ๊ เป็นบิดาของกิมหงวน มีพี่ชายคนหนึ่งชื่อเจ้าสัวกิมไซ สูบฝิ่นกันทั้งคู่ พูดคำก็ด่าคำ

เจ้าสัวกิมไซ ลุงของกิมหงวน ชอบขาก

เจ้าแห้ว คนใช้จอมทะลึ่งแต่ซื่อสัตย์ ติดกัญชา ชอบพูดคำว่ารับประทาน

ลุงเชย เศรษฐีปากน้ำโพ ขี้เหนียวมากๆๆๆ เป็นพี่ชายของเจ้าคุณประสิทธิ์ฯ

คุณนายลิ้นจี่ คุณแม่ของนวลลออ แม่ยายของกิมหงวน เป็นแม่หม้ายทรงเครื่องที่ยังสวยพริ้ง เศรษฐินีเชียงใหม่

คุณท้าวใหญ่ พี่สาวคนโตของเจ้าคุณวิจิตรฯและคุณหญิงวาด อาศัยอยู่ในวังสามเสนกับหม่อมเจ้าพิมพิศมัย มีนิสัยเจ้าระเบียบ ยิ้มยาก

ในหนังสือไปสู่อนาคต ของป.อินทรปาลิต เล่มนี้ดูเหมือนว่าจะมีคนพิมพ์แจก ไม่ได้พิมพ์เพื่อการจัดจำหน่าย ป.อินทรปาลิตเขียนไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๑๐ ปีนี้พศ.๒๕๕๐เมื่อนับย้อนกลับไปก็เป็นเวลาถึง ๔๐ ปี

ท่านทำนายไว้อย่างนี้นะครับ

๑.กรุงเทพฯเต็มไปด้วยอาคารสูง ๆ

๒.ป้ายโฆษณาและป้ายห้างร้านต่าง ๆ เป็นภาษาอังกฤษ

๓.ประชาชนแต่งกายแบบฝรั่ง

๓.รถยนต์แล่นด้วยความเร็วสูง

๔.มีอุโมงค์ลอดใต้ถนนแทนทางม้าลาย

๕.มีรถไฟฟ้าแล่นอยู่เหนือหัว

๖.มีรถยนต์เหาะ เครื่องบินพลเรือน คอปเตอร์ของตำรวจจราจร

๗.จราจรที่ขับรถจักรยานยนต์แต่งชุดเหมือนจราจรอเมริกา

๘.บ้านเรือนเหมือนในอเมริกา

๙.รถแท็กซี่มีป้ายคำว่า TAXI อยู่บนหลังคา

๑๐.คนไทยพูดภาษาอังกฤษ

๑๑.เปลี่ยนชื่อเมืองหลวงจากกรุงเทพฯเป็นบางกอกเหมือนเดิมเพราะฝรั่งเรียกว่าบางกอก

๑๒.เงิน1 บาทเท่ากับ1ดอลล่าร์

๑๓.เงิน 1 บาท 25 สตางค์เท่ากับ 1 ปอนด์

๑๔.ถนนสุขุมวิทเต็มไปด้วยอาคารสูงกว่า 40 ชั้น

๑๕.มีมหาลัยในบางกอกประมาณ 200 แห่ง ประถมและมัธยมไม่ต่ำกว่า 5000 แห่ง ไม่เก็บค่าเล่าเรียน

๑๖.อ่าวไทยมีบ่อน้ำมัน

๑๗.หอระฟ้าเป็นสัญลักษณ์ของบางกอก (ลักษณะเหมือนหอไอเฟลของปารีส)

๑๘.มีโรงงานผลิตอาวุธ

๑๙.รถประจำทางเป็นรถสองชั้นมีตัวอักษรภาษาอังกฤษบอกเส้นทางและมีตราเครื่องหมายบริษัท

๒๐.มีจรวดข้ามทวีป

๒๑.รวมธนบุรี นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการเป็นเมืองหลวงด้วย

๒๒.คนขับรถจบปริญญา

๒๓.ใช้หุ่นยนต์ทำงานแทนคน

๒๔.กล้องถ่ายหนังมีขนาดเท่ากล่องไม้ขีด

ผมไม่อยากสรุปว่าข้อไหนที่จริงบ้าง หรือไม่จริงบ้าง แต่อยากจะตั้งข้อสังเกตว่า ป.อินทรปาลิตนั้นเป็นนักเขียนที่มีความรู้มาก มีจินตนาการสูง มีความคิดกว้างไกล ทำงานหนักอย่างต่อเนื่องตลอดทิ้งชีวิตของท่าน และท่านเป็นนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่สำหรับนักอ่านชาวไทยทุกคน

ผมขอบพระคุณทุกท่านที่กรุณาให้เกียรติรับฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ขอบพระคุณครับ


 
บริษัท สำนักพิมพ์แสงดาว จำกัด 103/113 หมู่ 6 ซอยราชา 2 ถนนงามวงศ์วาน แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ 0-2953-4411 ; โทรสาร 0-2953-4412    www.saengdao.com ; e-mail : info@saengdao.com
 Made By  www.tortaobooks.com