ทั่วไป
  ประวัติศาสตร์
  ปรัชญา-การพูด-จิตวิทยา
  ภาษา
  วิทยาศาสตร์
  ศาสนา
  ศิลปะ
  ส่งเสริมความรู้ทางวิชาการ
  ส่งเสริมทักษะเด็ก
  สามเกลอ
  สามเกลอหนังสือชุดในกล่องกระดาษแข็ง
  สารคดี-ชีวประวัติ
  สิริมงคล
  สุขภาพ
  โหราศาสตร์
  ฮวงจุ้ย
 
"ตำนานเสรีไทย"วีรกรรมแห่งการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของวีรชนในขบวนการเสรีไทย ที่ได้ปฏิบัติการกู้ชาติกู้แผ่นดินเมื่อครั้งที่เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา (พ.ศ. 2484-2488)

"ตำนานเสรีไทย" มิใช่ตำราเรียนหรือวิทยานิพนธ์ในวิชาประวัติศาสตร์ไทย อีกทั้งมิใช่งานวิจัยตามระเบียบแบบแผนของงานวิจัยที่รู้จักกันในปัจจุบัน หนังสือ “ตำนานเสรีไทย” เป็นวรรณกรรมประเภทสารคดีที่เขียนให้อ่านอย่างหนังสือทั่วไป แต่เป็นสารคดีที่เรียบเรียงจากข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ผ่านการศึกษา, วิเคราะห์ และกลั่นกรองในเชิงวิชาการอย่างเข้มข้น โดยมุ่งที่จะนำเสนอเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์อันสามารถอธิบายได้ด้วยเหตุและผล และทั้งที่มาและที่ไป บทบาทของบุคคลและคณะบุคคลในปฏิบัติการเสรีไทย ชีวประวัติโดยสังเขปของสมาชิกขบวนการเสรีไทยบางส่วน เพื่อเชิดชูเกียรติของวีรชนเหล่านั้น ซึ่งยอมเสียสละแม้กระทั่งชีวิตเพื่อพิทักษ์แผ่นดินไทย

"ตำนานเสรีไทย" ยังตอบคำถามว่า ขบวนการเสรีไทยได้บำเพ็ญประโยชน์ใดบ้างแก่ประชาชาติไทยภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีความชัดเจนอย่างที่สุดว่าปฏิบัติการเสรีไทย ทำให้ประเทศไทยไม่ต้องตกเป็นประเทศแพ้สงคราม, รัฐบาลไทยไม่ต้องยอมจำนน, กองทัพไทยไม่ต้องวางอาวุธ และดินแดนไทยไม่ต้องถูกยึดครอง

"ตำนานเสรีไทย" เป็นหนังสือปกแข็งขนาด 8 หน้ายก จำนวน 1,416 หน้า ปกแข็ง พิมพ์ด้วยกระดาษถนอมสายตา ปอนด์ 75 แกรม ไม่เคยตีพิมพ์ที่ไหนมาก่อนรวมเล่มสมบูรณ์เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่วีรชนเสรีไทยเพื่อจารึกวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ ให้ปรากฏอยู่บนหน้าประวัติศาสตร์ของไทยสืบไป ด้วยความตระหนักต่อวีรกรรม ของวีรชนเสรีไทยที่มอบให้แก่แผ่นดิน

ขบวนการเสรีไทยไม่เคยอวดอ้างตนเองว่าเป็นผู้นำราษฎรไทยต่อสู้ญี่ปุ่นผู้รุกราน แต่ในการที่จะประกอบกิจเพื่อให้ประเทศชาติได้กลับคืนสู่สถานะความเนเอกราช ก่อนวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 นั้น ก็มิอาจทำได้เพียงจับอาวุธเข้าลอบยิงทหารญี่ปุ่นเท่านั้น คือจำเป็นต้องดำเนินทางการเมือง เพื่อให้ประเทศสัมพันธมิตรรับรองขบวนการเสรีไทยว่า เป็นองค์การตัวแทนของชาติไทยโดยถูกต้องตามเจตนารมณ์ของมวลราษฎรไทยผู้รักชาติ เพราะถ้าขบวนการเสรีไทยจะทำการเพียงแต่จับอาวุธลอบยิงทหารญี่ปุ่น หรือก่อวินาศกรรมทางทหารแต่เพียงด้านเดียวแล้ว เมื่อสัมพันธมิตรชนะสงคราม เขาจะยอมให้ประเทศไทยได้กลับคืนสู่ความเป็นเป็นเอกราชเหมือนเมื่อก่อนวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ได้อย่างไร ดังนั้น ขบวนการเสรีไทยจึงดำเนินการโดยวิธีลับ ติดต่อกับรัฐบาลชาติมหาอำนาจสัมพันธมิตรสมัยนั้น เอกสารแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับเรื่องนี้ระหว่างผม ในนามขบวนการเสรีไทยกับรัฐบาลมหาอำนาจสัมพันธมิตรสมัยนั้น ในระหว่างสงครามถือว่าเป็นความลับสุดยอด

นายปรีดี พนมยงค์
วันที่ 1 สิงหาคม 2517
ขบวนการเสรีไทยกับวีรกรรมกู้ชาติ
"ขบวนการเสรีไทย" เป็นการรวมพลังของบรรดาคนไทยผู้มีจิตสำนึกในความเป็นไท ทำงานรับใช้มาตุภูมิในการกอบกู้เอกราชและอธิปไตยของชาติไทย ซึ่งได้รับผลกระทบจาการที่กองทัพญี่ปุ่นได้เข้ามายึดครองประเทศไทยในระหว่างสงครามมหาเอเชียบูรพา
ในครั้งนั้นไทยเราไม่มีกำลังเพียงพอที่จะต้านทานกองทัพญี่ปุ่นได้ ดังนั้น รัฐบาลไทยจึงมีความจำเป็นที่จะต้องยินยอมให้กองทัพญี่ปุ่นเข้ามาในประเทศไทย และส่วนหนึ่งก็เคลื่อนเข้าไปยึดครองดินแดนที่อยู่ติดกับประเทศไทย ซึ่งขณะนั้นอยู่ในความปกครองของอังกฤษ
เนื่องจากในช่วงแรกของสงคราม กองทัพญี่ปุ่นมีความได้เปรียบในการยุทธ และสามารถยึดครองดินแดนส่วนใหญ่ในภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งในขณะเดียวกันก็เรียกร้องความร่วมมือจากไทยในทุกๆ ด้าน รัฐบาลไทยในขณะนั้นเห็นว่าเมื่อไม่สามารถจะต่อต้านจากการยึดครองเบ็ดเสร็จของญี่ปุ่นที่อาจจะหลีกเลี่ยงไม่พ้น ในวันที่ 21 ธันวาคม 2484 ภายหลังที่กองทัพญี่ปุ่นได้บุกประเทศไทยได้ 13 วัน ญี่ปุ่นกับไทยก็ได้ลงนามในกติกาสัญญาเป็นพันธมิตรกันทั้งในทางการทหาร การเมือง และการเศรษฐกิจ ต่อมาในวันที่ 25 มกราคม 2485 ประเทศไทยก็ได้ประกาศสงครามต่ออังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ซึ่งหมายถึงว่าไทยได้เข้าร่วมสงครามเป็นฝ่ายญี่ปุ่นทั้งโดยนิตินัยและพฤตินัย

"ขบวนการเสรีไทย" ซึ่งได้ก่อกำเนิดตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2484 เมื่อกองทัพญี่ปุ่นได้บุกประเทศไทย มีความเชื่อมั่นว่าแม้นกองทัพญี่ปุ่นจะเป็นฝ่ายได้เปรียบในการรบ เพราะเป็นฝ่ายเปิดฉากสงคราม แต่ในที่สุดญี่ปุ่นก็จะต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ดังนั้นประเทศไทยจะต้องหลีกเลี่ยงการล่มหัวจมท้ายกับญี่ปุ่น มิฉะนั้นก็จะต้องเป็นฝ่ายแพ้สงครามไปด้วย ซึ่งในขณะเดียวกันก็จะต้องพยายามติดต่อทำความเข้าใจกับฝ่ายสัมพันธมิตรอันได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีนและประเทศอื่นๆ ว่าประเทศไทยและประชาชนคนไทย มิได้เห็นดีเห็นชอบกับการทำสงครามของญี่ปุ่น และมีความพร้อมที่จะร่วมมือกับฝ่ายสัมพันธมิตรในการต่อต้านญี่ปุ่นทุกวิถีทาง
ในระหว่างเวลา 3 ปีครึ่งของสงครามมหาเอเชียบูรพา ขบวนการเสรีไทยได้กระทำทุกอย่างตามเจตนารมณ์ดังกล่าวข้างต้น ปฏิบัติการทางการทหารที่แสดงความกล้าหาญ ท่ามกลางการเสี่ยงอันตรายด้วยเอาชีวิตเป็นเดิมพันของสมาชิกขบวนการเสรีไทย ความสุขุมรอบคอบ และเฉียบขาดในการตัดสินใจดำเนินการทางการทูตและการเมือง อีกทั้งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของบรรดาคนไทยผู้รักชาติเหล่านี้ ได้สร้างความประทับใจในความจริงใจของขบวนการเสรีไทยแก่ฝ่ายสัมพันธมิตร

ดังนั้น เมื่อญี่ปุ่นได้ยอมจำนนโดยปราศจากเงื่อนไขเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2488 ฝ่ายสัมพันธมิตรจึงได้แจ้งให้ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในรัชกาลที่ 8 ซึ่งเป็นหัวหน้าขบวนการเสรีไทยว่าสัมพันธมิตรไม่ถือว่าประเทศไทยเป็นผู้แพ้สงคราม ประเทศไทยไม่ต้องถูกยึดครอง กองทัพไทยไม่ต้องวางอาวุธ และรัฐบาลไทยไม่ต้องยอมจำนน สัมพันธมิตรขอให้ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ “ประกาศสันติภาพ” ลบล้างข้อผูกพันทั้งหลายทั้งปวงที่รัฐบาลไทยในสมัยหนึ่งได้ทำไว้กับญี่ปุ่น รวมทั้งการประกาศสงครามต่อต้านฝ่ายสัมพันธมิตร และให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับนานาประเทศกลับคืนสู่สถานภาพเมื่อก่อนสงครามในวันที่ 8 ธันวาคม 2484

นายปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์และหัวหน้าขบวนการเสรีไทยได้ประกาศสันติภาพ เป็นพระบรมราชโองการในพระปรมาภิไธยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 ในวันที่ 16 สิงหาคม 2488 ซึ่งเป็นประกาศยืนยันเอกราชและอธิปไตยของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองจากฝ่ายสัมพันธมิตรผู้ชนะสงคราม
รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 16 สิงหาคม เป็น"วันสันติภาพไทย"และเป็นวันที่รำลึกถึงวีรกรรมกู้ชาติของขบวนการเสรีไทย ซึ่งมีความสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย

ต่อมารัฐบาลโดยกรุงเทพมหานครได้จัดสร้าง "สวนเสรีไทย"ในเขตบึงกุ่ม เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ขบวนการเสรีไทย และบัดนี้ก็ได้ก่อสร้างอาคารเสรีไทยอนุสรณ์ ณ สวนเสรีไทย โดยจำลองแบบจากทำเนียบผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ที่ท่าช้างวังหน้า ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการของขบวนการเสรีไทยขึ้น

เหตุการณ์อันเกี่ยวกับขบวนการเสรีไทยได้ผ่านพ้นไป 60 ปีแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ของบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ล่วงลับไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของขบวนการเสรีไทยจะต้องคงอยู่เป็นตำนานในประวัติศาสตร์ของชนชาติไทยชั่วฟ้าดินสลาย ซึ่งการสืบทอดเรื่องราวในตำนานเสรีไทยจะต้องเป็นภารกิจอันสูงส่งของบรรดาเยาวชน ทั่งในปัจจุบันและในอนาคต

หมายเหตุ : ข้อมูลจากหนังสือขบวนการเสรีไทยกับวีรกรรมกู้ชาติ โดย ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร ราชบัณฑิต ในโอกาสการเปิดอาคารเสรีไทยอนุสรณ์ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2546

ตำนานเสรีไทย
ปรากฏการณ์ประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง ซึ่งคนไทยผู้รักชาติ และมีจิตสำนึก ในความเป็นไททุกคนพึงจะได้รับทราบ ตลอดจนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และมีความเข้าใจในสาระสำคัญของปรากฏการณ์นี้

จากหลากหลาย…สู่หนึ่งเดียว
ในงานปฏิบัติหน้าที่คราวนี้ได้มีสหายของเราเสียชีวิตไปหลายคน อาทิ พระองค์เจ้าจีระศักดิ์ นายจำกัด พลางกูร นายสงพงษ์ ศัลยพงษ์ นายการะเวก ศรีวิจารณ์ และพลพรรคอื่นอีกหลายคน ซึ่งหัวหน้าพลพรรคกำลังสำรวจรายนาม

ขอให้สหายทุกคนซึ่งอยู่ ณ ที่นี้ตั้งจิตอธิษฐานให้วิญญาณของผู้ซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้วในงานนี้ จงอยู่โดยผาสุกในสัมปรายภพ
ปรีดี พนมยงค์

ประเทศไทยและคนไทยทุกคน เป็นฝ่ายสัมพันธมิตรไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น และจะขอความร่วมมือจากอเมริกา ต่อต้านการบีบบังคับรุกรานจากญี่ปุ่น
ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช

ในขณะที่เราเข้าไปนั้น คนไทยในประเทศยังไม่เข้ากับพวกเรา เราต้องเข้าไปเป็นทหารหน่วยย่อมๆ จึงจะสามารถเกลี้ยกล่อมผู้คนได้ และจะสามารถป้องกันตัวและรบกวนข้าศึกได้ โดยอาศัยความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่
ม.จ.ศุภสวัสดิ์วงศ์สนิท สวัสดิวัฒน์

เฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพมหานคร ตามสี่แยกต่างๆ มีป้อมค่ายของทหารไทยตั้งอยู่ทั่วไป โดยฝ่ายเราให้เหตุผลว่า เราเกรงว่าฝ่ายสัมพันธมิตรส่งพลร่มลงมาปฏิบัติการยึดพระนคร จุดที่ค่ายทหารไทยกับญี่ปุ่นอยู่ใกล้กันทำให้ต้องมีการตั้งป้อมเผชิญหน้ากันเลยทีเดียว
พล.อ.เนตร เขมะโยธิน

ขอให้เราอย่านึกถึงตัวตนของบุคคล
ซึ่งย่อมร่วงโรยไปตามกาลเวลา
แต่ขอให้นึกถึงงานอันอมตะของเขา
บุคคลอาจจะแตกต่างด้วยกำเนิด
ด้วยฐานะและการศึกษา
แต่การเสียสละเป็นยอดแห่งคุณธรรม
ที่ยกให้มนุษย์อยู่ในระดับเดียวกัน
"นายฉันทนา"
(มาลัย ชูพินิจ หนึ่งในผู้ปฏิบัติงานเสรีไทย)

  
 
 
บริษัท สำนักพิมพ์แสงดาว จำกัด 103/113 หมู่ 6 ซอยราชา 2 ถนนงามวงศ์วาน แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ 0-2953-4411 ; โทรสาร 0-2953-4412    www.saengdao.com ; e-mail : info@saengdao.com
 Made By  www.tortaobooks.com